個人檔案pUm...PuM相片部落格清單 工具 說明
2月16日

Sweet Poem

 
******************************
 
I just want you to know
what I feel for you is true.
I never met anyone
quite as sweet as you.
 
 
**************************
 
Getting older can be a pain,
but with you along,
I can't complain.
 
 
************************
 
Plenty of love
Tons of kisses
Hope some day
To be your Mrs.....
 
 
**************************
 
 
 
Sweet poem.....
I hope these are not too early for Valentine's day (next year)!  ยิ้มแฉ่ง
 
 
1月26日

- - ของเล่นสนุกๆ มาแล้วค้าบบ - -

 
คนอื่นจะสนุกหรือเปล่าไม่รู้ แต่เราตื่นเต้นกับเว็บนี้ เกมส์ เรียกไรดี โปรแกรม???
 
 
คงต้องเข้าไปลองกันเอาเอง จะรู้ว่าของเขาเจ๋งจริง
แล้วจะทึ่งกับ "Joey" ฉลาด คุยสนุก ถึงจะแอบเอ๋อบางครั้งแต่ก็น่าร้ากกก
ถึงเขาจะพูดได้แค่ภาษาอังกฤษนะ (และภาษาไทยคาราโอเกะบางคำ!)
แต่ไม่ต้องกลัวไป เพราะภาษาอังกฤษอันอ่อนด้อยของเราเขาก็เข้าใจได้ค่ะ
 
ไปแชทกับ "Joey" ต่อดีกว่า ^ ^
 
 
1月15日

- - กลิ่นจัน - -

 
 
ศิลปากร บิดามารดรแดนนี้                                             เรารักปานชีวีมีน้ำใจไม่สิ้น
เป็นสถาบันประทานในการศาสตร์ศิลป์                                  เลื่องลือระบือทุกถิ่น...ดินแดนแสนจะงามหรู
ถึงอยู่ไกลกันสนามจันทร์กับชาวท่าพระ                                 เราลูกศิลปะ...จะรักกันทุกหมู่
ตัวไกลกันแต่ใจผูกพันชื่นชู                                             กลิ่นจันน้อมใจเราอยู่รู้ค่าแห่งมาลัยงาม
ด้วยเดชะพระพิฆเนศ                                                    คุ้มครองอาเพทป้องเหตุร้ายให้เข็ดขาม
ที่รวมหัวใจใกล้ไกลมั่นคงทุกยาม                                       เป็นพี่น้องกันในนามด้วยความแน่นอน
ศิลปากร เมื่อตอนจะจากกันไป                                         ใครรู้บ้างหรือไม่ในฤทัยโหยอ่อน
นานแสนนาน ผ่านไปด้วยใจนิวรณ์                                     ไม่ลืมศิลปากรกลิ่นจันกำจรมิคลาย
 
 
 
พอดีเปิดดูหนังสือรุ่น คิดถึง "ทับแก้ว" ขึ้นมา แล้วก็นึกย้อนไปถึงทุกอย่างที่มอ รวมทั้งเพลงนี้ด้วย ดีจังที่หนังสือรุ่นมีเนื้อเพลงทุกเพลงอยู่ด้วย ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ทำหนังสือรุ่นด้วยนะ ไม่งั้นมีมั่วเนื้อเพลงแน่ๆ ถึงจะคลุกคลีอยู่กับวงการเชียร์แถมมีเมทเป็นพี่เชียร์กันแต่ไม่ได้ช่วยไรเลย แหะๆ
นี่แอบร้องคนเดียวจนน้ำตาคลอแล้วอ่า คิดถึง "ศิลปากร" จังเลย...
1月6日

- - ร้านแสนดีที่ซอยอารีย์ - -

 
เมื่อวานไปทัวร์กินมา
 
เริ่มจาก "เค้กบุฟเฟ่ต์" ที่ Cafe Buongiorno ที่สุขุมวิท 33 ร้านน่ารักบรรยากาศดีอย่างที่หลายๆ คนบอกมา
แต่... เค้กไม่อร่อยอ่ะ ไม่หลากหลายอย่างที่เห็น review ของคนอื่นด้วย ไม่รู้ทำไม มีแต่ชีสเค้กธรรมดาๆ แอบผิดหวัง
หรือเพราะขายดีดังแล้วบวกกับเป็นวันเสาร์เลยมีการปรับการตลาดก็ไม่รุ
ไม่อยากว่ามาก นานาจิตตัง เอาเป็นว่าเราไม่ชอบ ผ่านไปล่ะกัน
 
หลังจากกินเค้กเสร็จเพื่อนๆ แยกย้ายกันไป เราก็ไปเดินแต่วคนเดียวที่เอ็มโพเรียม รอเวลานัดเพื่อนอีกกลุ่มตอนเย็น
ไปกินร้านบริษัทเพื่อนจิน "แสนดี" ในซอยอารีย์
เรากับเพื่อนอีกสองสามคนไปถึงก่อน บรรยากาศร้านก็ดูโอเค โล่งโปร่ง สบายตา สะอาดด้วย
สักพักอาหารมา เพื่อนเริ่มทยอยมา ได้เวลากิน
เราสั่ง ปูนิ่มทอดกระเทียม, ห่อหมกดีพร้อม, ทอดมันกุ้ง (แต่ไหงกลายเป็นปลากรายไม่รุ ไอจินสั่งมั่วชัวร์ เพราะโทรสั่งก่อน), ยำผักกูด, ต้มส้มปลากระบอก, ปอเปี๊ยะกุ้งสด, น้ำพริกไข่ปู
เรายังเอียนๆ จากเหล่าชีสเค้กอยู่ เลยกินนิดเดียว ชิมๆ แต่เฮ้ยอร่อยหว่ะ! ร้านเพื่อนจินใช้ได้เลย
 
พอเพื่อนๆ มากันเพิ่มก็สั่งอาหารเพิ่มอีก
ปลาเก๋าผัดพริกไทยดำ, อ่อส่วนหอยนางรม, แกงป่าปลาเห็ดโคน (ไม่ใช่ปลากับเห็ดโคนนะ แต่เป็นปลาเห็ดโคน รสชาติเป็นไงไม่รู้เพราะกินไม่ไหวแล้ว ท้องเริ่มอืด)
 
ถึงอาหารจะไม่ได้วิเศษเลิศเลอแต่รสชาติใช้ได้เลย โดยเฉพาะ ปูนิ่มทอดกระเทียม, น้ำพริกไช่ปู, ยำผักกูด แล้วก็ปลาเก๋าผัดพริกไทยดำ แอบเห็นว่าแกงป่าปลาเห็ดโคนก็น่าสนใจ แต่อิ่มแล้วเลยไม่ได้ลอง
ไม่ได้จะโฆษณาเกินจริงให้นะ แต่ว่าของเขาดีจริง ใกล้รถไฟฟ้าด้วย เดินทางสะดวกสบาย
 
ใครสนใจจองที่นั่งก่อนก็ได้ 02 279 1018
ถ้าเข้าทางซอยอารีย์ ร้านอยู่ต้นๆ ซอยทางขวามือติดกับร้านแว่นบิวตี้ฟูล
แล้วเขาก็รับจัดเลี้ยงด้วยนะค้าา สนใจติดต่อได้ตามเบอร์โทรด้านบนเลย
มีเว็บป่าวไม่รุ ไว้ไปถามเพื่อนจินก่อน
แต่ร้านนี้จริงๆ เขาเปิดมานานแล้วนะ ชื่อดีพร้อมมั้ง ที่บางแสน แล้วลูกหลานมาขยายกิจการ
ยังไงก็ไปลองชิมกันดูได้นะ ราคาก็ไม่แพงด้วย ^ ^
 
เว็บไซต์มาแล้วคร้าบบบบ >>>>> www.deecatering.com
 
 
 
 
12月19日

- - วางแผนเที่ยวปาย - -

ใกล้จะถึงวันหยุดยาวปีใหม่แล้ว
ปีนี้เราได้หยุดตั้งแต่ 25 ธันวา ถึง 2 มกรา เลยได้โอกาสไปเที่ยวกะเขามั่ง
ปีที่แล้วมีแพลนจะไปปาย แต่ก็ไม่ได้ไปเพราะฉุกละหุกเกินไม่ได้เตรียมตัว
ปีนี้เลยเตรียมตัวล่วงหน้ากันเกือบครึ่งปี (เว่อร์ไปละ) แต่ก็หลายเดือนอยู่ หาข้อมูลกันตั้งแต่เดือนกันยา
จนตอนนี้ข้อมูลแน่นปึ้ก 555 แต่กว่าจะหาได้ก็เวียนหัวอยู่เหมือนกัน เสิร์ชหาให้วุ่นวาย
เลยรู้สึกเสียดายถ้าจะทิ้งลิงค์หรือข้อมูลต่างๆ ที่หามาได้ไป
อย่ากระนั้นเลย ทำสรุปเก็บไว้เองดีกว่า เอาไว้ในนี้ด้วย เผื่อมีใครอยากรู้
 
แต่ตอนนี้...ง่วงแล้วอ่ะ ไว้ค่อยมาเพิ่มล่ะกันนะ
 
รายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกะปาย
 
ที่พัก เยอะ มีบอกลักษณะของแต่ละที่ด้วย
 
แผนที่ปาย
 
และที่ขาดไม่ได้เลย trekkingthai ห้องปาย ปางอุ๋ง
รวมทั้ง pantip ห้อง blueplanet มีคนใจดีมาให้ข้อมูลไว้เพียบ
 
นอกจากนี้ยังหาข้อมูลได้จาก
www.travelmaehongson.org มีแผนที่เวลาเดินรถของเปรมประชา เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน
 
เชียงใหม่
แผนที่ interactive
แผนที่ในตัวเมือง
 
เส้นทางเดินรถขนส่งมวลชนเชียงใหม่
 
การรถไฟแห่งประเทศไทย
 
และที่ขาดไม่ได้เลย trekkingthai ห้องปาย ปางอุ๋ง
รวมทั้ง pantip ห้อง blueplanet มีคนใจดีมาให้ข้อมูลไว้เพียบ
 
 
ข้อมูลเพิ่มเติมคร่าวๆ จากประสบการณ์ตัวเอง
 
ไปถึงก็เจอฤทธิ์รถแดงเชียงใหม่กันเลย
เรานั่งรถไฟไปเชียงใหม่ ก็เลยต้องต่อรถไปอาเขต (สถานีขนส่งเชียงใหม่) ด้วยความสะเพร่า และหาข้อมูลไว้นานแล้ว ลืมค่ะ ว่าค่ารถมันควรจะเท่าไหร่ จะโทรไปถามใครตอนเช้ามืดก็เกรงใจ เลยเสียค่าโง่กันไป ต้องบอกกันไว้เลยว่า จากสถานีรถไฟไปอาเขตต้องไม่เกินคนละ 15 บาท คนเชียงใหม่เขาบอกว่าเหมาไป 60 ก็ได้แล้ว แถมป้ารถแดงยังมาชวนให้พวกเราเหมารถเขาขึ้นไปปาย บอกคนอื่นคิดคนละ 180 แต่ป้าจะลดให้เหลือ 150 ท้าให้ไปถามคนอื่นด้วยนะว่าไม่มีอะไรถูกกว่านี้อีกแล้ว (ได้ข่าวว่ารถตู้ 150) เราก็ไม่ไปกันบอกจะไปแค่อาเขตแล้วต่อรถส้ม ป้าแกก็ยังไม่ลดความพยายามขู่ว่ารถบัสส้มก็ราคานี้ ช้าด้วย แถมนั่งไปกะชาวเขาตัวเหม็นๆ เพื่อนที่เคยไปก็เลยบอกว่าเคยนั่งไปไม่เกินร้อย เขาก็บอกเดี๋ยวนี้น้ำมันแพง มันขึ้นแล้ว ป้าแกก็ไม่ลดละ บอกจะลดให้เหลือ 120 พวกเราก็ยืนยันว่าจะไปรถบัส ป้าแกตัดราคาเลยค่ะ จาก 180 เหลือ 80 !!! แถมแวะได้ตลอดทาง แวะอ้วกได้ตลอดทางอ่ะดิ นั่งสองแถวขึ้นไปปายน่ะ
 
สรุปเราก็ยืนยันความมุ่งหมายเดิม คือ นั่งรถบัสส้มขึ้นไปปาย รถพัดลมที่ดูกะหลั่วที่สุดในอาเขต แต่เราคิดว่าปลอดภัยที่สุดสำหรับเดินทางขึ้นไปปายนะ เพราะเพื่อนๆ ที่นั่งรถตู้ขึ้นไปบอกเวียนหัว เมารถ แต่เรานั่งรถบัสส้ม 80 บาท ไม่เห็นจะเวียนหัว หรือว่าได้กลิ่นตัวเหม็นๆ ของชาวเขาเลย แถมได้สูดอากาศดีๆ เห็นวิวสวยๆ ข้างทางอีกด้วย เสียอยู่อย่างเดียว ช้าไปนิดสำหรับคนมีเวลาน้อย
 
เราพักที่ "บ้านหลับฝันดี" เป็นบ้านที่น่ารักสมชื่อมากๆ "พี่ปาน" ก็ใจดีสมคำล่ำลือ ทุกอย่างดีหมด เสียอยู่อย่างเดียว ทำให้เรานอนไม่หลับตอนกลับมากรุงเทพฯ เพราะคิดถึงแต่ "บ้านหลับฝันดี"
 
เช้าวันที่สองที่ปาย เราเหมารถตู้ไปดูทะเลหมอกที่ "ห้วยน้ำดัง" ทะเลหมอกสวยก็จริง แต่ก็รู้สึกว่ามันน่าจะดีกว่านะ อาจเป็นเพราะเราต้องรีบกลับเพราะบอกรถว่าจะกลับตอนแปดครึี่ง แต่อย่างแรกที่รู้หลังจากได้นั่งรถตู้ ครั้งนี้คือ เวียนหัวมาก ถ้านั่งรถตู้ หรือสองแถวของป้าขึ้นมาปาย คงได้แวะอ้วกกันตลอดทางจริงๆ
 
ตอนแรกก็คิดว่าเมืองนี้เล็กๆ เวลาสามวันสองคืนของเราคงได้เที่ยวทั่วแล้ว แต่ผิดคาด เมืองนี้ใหญ่กว่าที่ตาเห็นค่ะ!
 
เราต้องจำใจกลับลงมาเชียงใหม่ในวันที่สาม เพราะจองทุกอย่างไว้หมดแล้ว
 
มาเที่ยวคราวนี้ที่พักถูกใจมาก "บ้านอ้ายหล้า" ที่เชียงใหม่ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย น่ารักดูดีมากๆ ถ้าไม่ลืมจะเอารูปมาลง
 
1 คืนที่เชียงใหม่ ไปเหยียบถนนนิมมานเหมินทร์แว้บๆ ตอนเย็น แล้วก็ไปลองขันโตกที่ คุ้มขันโตก แอบผิดหวังกับขันโตก เพราะไม่ได้ดีอย่างที่คิด ไม่หลากหลายเลย ขนาดไส้อั่วยังไม่มีเลย แค่เติมได้ไม่อั้น กับการแสดงที่ไว้ให้ฝรั่งถ่ายรูป ดีอยู่อย่างเดียวคือ รถรับส่งที่มารับเราก่อนที่แรก แล้วก็มาส่งเป็นที่สุดท้าย เราก็เลยได้นั่งรถเที่ยวรอบเมืองเชียงใหม่ ได้เห็นแสงไฟ จากโคมสวยๆ ที่แขวนไว้ทั่วเมือง เสียดายที่ลงไปถ่ายรูปไม่ได้
 
เช้าวันต่อมา พี่ที่บ้านอ้ายหล้าหารถแดงมารับพวกเราไปเที่ยว "พี่เอก" ทำให้เรารู้ว่า รถแดงไม่ได้เลวร้ายเหมือนกันหมด พี่เอกพาพวกเราไปเที่ยวดอยสุเทพแต่เช้า เลยขึ้นไปพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ แวะตลาดแถวบ้าน รอเราเก็บของ พาไปซื้อของฝากที่กาดหลวง หรือตลาดวโรรส แล้วก็ไปส่งที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ โดยไม่ได้พูดถึงค่ารถที่ตกลงกันไว้แต่แรกที่คนละ 100 ไปเที่ยวดอยสุเทพกับพระตำหนักภูพิงค์ แต่พวกเราก็ไม่ได้เอาเปรียบพี่เขานะ ก็เพิ่มให้พี่เขาไป
 
ขากลับบนรถไฟผ่านไปอย่างรวดเร็ว คงเพราะเล่นสลาฟกันอย่างจริงจังตั้งแต่บ่ายสามถึงสามทุ่ม และก็คงจะไม่ได้กินข้าวและไม่ได้นอนถ้าไม่ยกเลิกที่บอกว่า ถ้าปุ้มไม่ชนะไม่กินข้าว และ ถ้าปุ้มไม่ชนะจะไม่นอน เพราะปุ้มไม่เคยชนะเลย - -" ถ้าพนันกินตังค์กันชั้นคงหมดตัว!
 
เอ๊ะ หลังๆ เริ่มไม่ใช่ข้อมูลแต่เป็นความรู้สึกส่วนตัว ไม่เป็นไรหรอกเนอะ นิดหน่อย สรุปทริป ปาย - เชียงใหม่ คราวนี้ประทับใจมากๆ ต้องได้ ปาย กันอีกแน่ๆ
 
 
*** ถ้าใครอยากแลกเปลี่ยนข้อมูล แนะนำเพิ่มเติม ก็บอกไว้ได้นะ... ขอบคุณค้าบบบ
 
 
 
12月12日

- - หน้าหนาววว...นึกถึงอะไรกันบ้าง - -

 
ปีนี้ลมหนาวมาเร็ว แต่มาได้แป๊บๆ พอให้คนเห่อซื้อเสื้อแขนยาว เสื้อหนาวตัวหนา ผ้าพันคอ แล้วมันก็เลิกหนาว!
ใครมันบอกฟ่ะว่าปีนี้จะหนาวที่สุดในรอบ 30 ปี
แต่ก็ไม่แน่ยังไม่หมดหน้าหนาว อาจจะมีความกดอากาศสูงกำลังแรงพัดมาจากประเทศจีนตอนบน!!!
ใครที่ขนซื้อเสื้อหนาวผ้าพันคอก็คงมีโอกาสได้เอาออกมาใช้อีกแหล่ะ
โชคดีที่ไทยไม่หนาวมาก ยิ่งอยู่ในเมืองแค่อากาศเย็นๆ แค่ผิวแห้งต้องทาโลขั่นทาครีมมากหน่อย
 
พูดถึงหน้าหนาว นึกถึงไรได้บ้างน้า...นอกจากหิมะที่บ้านเราไม่มี
 
แฟชั่น : แฟชั่นหน้าหนาวบ้านเราก็คงไม่ต้องหนาอะไรมาก จะมาใส่ overcoat กับบูทเดินไปมาก็คงบ้าไป แค่เสื้อแขนยาวเสื้อหนาว ผ้าพันคอ ผ้าขนวู ผ้าขนๆ ให้อารมณ์หน้าหนาวก็คงพอ
 
อาหารของกิน : อากาศหนาวก็ต้องกินของร้อนๆ อย่าง บัวลอยไข่หวาน, สุกี้, ชาบูๆ หรือจิ้มจุ่ม อ่อแล้วก็อาหารทะเล ทั้งกุ้งหอยปูปลา หน้าหนาวมันจะอ้วนโต! โดยเฉพาะหอยแมลงภู่ของโปรด อร่อยที่ซู้ดด ถ้าเป็นผลไม้ก็ต้องเป็นสตอเบอรี่, ลิ้นจี่  เอ๊ะทำไมพอเป็นของกินมันเยอะจริงวุ้ย ^ ^"
 
เรื่องเที่ยวกันบ้าง : ไทยเที่ยวไทย ก็คงไม่พ้นจังหวัดทางภาคเหนือ ดอย ภูทั้งหลาย แถมเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดด้วย เหมาะกับการท่องเที่ยวจริงๆเลย (ถ้าเงินในกระเป๋าเอื้ออำนวยนะ)
 
เพลง : "หนาวนี้" ของ Friday อากาศหนาวทีไรก็นึกถึงเพลงนี้ทุกที เหมือนเวลาฝนตกก็นึกถึง "ฤดูที่แตกต่าง" ของพี่บอย
 
มีอะไรได้อีกนะ อากาศแห้ง ผิวแห้ง หน้าลอก หิวน้ำ ฉี่บ่อย 555 หนังรักเกาหลี เกี่ยวป่ะ ? ไม่รู้อ่ะนึกไม่ออกละ ใครผ่่านเข้ามา มาช่วยกันคิดหน่อยจิ เสปซร้างหมดละ
 
 
 
12月1日

...ศุกร์ที่ไม่สุข...

 
 
เซ็งหว่ะ เซ็งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
หงุดหงิดๆๆๆ
 
น้อยใจ...
 
.......
 
หยุด
 
เลิก!!!
 
เฮ้อออ  นอนดีกว่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
 
 
10月31日

-- romance addict --

 
ถึงงานหนังสือจะผ่านไปแล้ว แต่ยังมีผลต่อเนื่องตกค้างกับดิชั้นค่ะ!
ปกติก็เป็นคนเพ้อเจ้อ ฝันเฟื่องอยู่แล้ว เลยหลีกเลี่ยงนิยายรักกุ๊กกิ๊กทั้งหลาย ไม่แม้แต่จะเปิดอ่าน เสมือนเป็นสิ่งต้องห้าม
ไม่ใช่ว่าเป็นผู้หญิงหยาบกร้าน จิตใจแข็งกร้าวหรอกนะคะ แต่ทั้งนี้ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อโรคหัวใจอ่อนแอแพ้ความหวาน!
แต่...ในที่สุดก็แพ้ เผลอใจหยิบ "ความรักเจ้าขา" ของคุณดวงตะวัน ติดมือกลับมาจากงานหนังสือ
(พร้อมลายเซ็นด้วยนะ ขอโม้หน่อย เหอๆ)
 
ต้องโทษพี่นัท ที่เอามาอ่านให้เห็น แล้วตามด้วยคำโปรยต่างๆ
แถมด้วยหน้าปกหนังสือน่ารักอบอุ่น น่าอ่านเชียวค่ะ
 
และแล้ว แค่เปิดอ่านไม่กี่หน้าก็ติดหนึบวางไม่ลง อ่านแล้วอ่านอีก อ่านอยู่หลายรอบ
อ่านจนมองเห็น "ปลาวาฬ" มาโดนน้ำตูมๆ อยู่ตรงหน้าเลยนะ
อ่านเลยไปถึงเว็บไซต์ของดวงตะวัน แล้วก็ลามไปเล่มอื่นของดวงตะวัน
โดยไปอาศัยหยิบยืมจากพี่นัท โทษฐานที่เป็นผู้ชักนำ
อีกเล่มที่อ่านคือ "กาลครั้งหนึ่งของหัวใจ"
เป็นไงละคะแต่ละเล่ม แค่อ่านชื่อก็รู้สึกถึงรสหวาน
ไม่รู้ว่าห่างหายจากหนังสือนิยายรักไปนานหรืออย่างไร เพราะอ่านแล้วยิ้มได้ทั้งเรื่อง
หัวเราะได้ทุกตอน แถมมีแสงวิ้งๆ อยู่รอบตัว อันนี้ไม่ได้โม้นะคะ ของงี้ไม่ลองไม่รู้
 
ตอนนี้กำลังรอเล่มใหม่ของคุณดวงตะวัน ที่ว่าเป็นแนวโรแมนติคคอมเมอดี้ คล้าย "ความรักเจ้าขา"
 
ไม่รู้ว่านิยายของคุณดวงตะวันจะต่างกับเล่มอื่นๆ ในตลาดยังไงหรอกนะคะ เพราะยังไม่ได้ไปลองเปิดดู
แต่ที่ดึงดูด และดูโดดเด่นกว่าคนอื่นในสายตาของเรา เห็นจะเป็นหน้าปก โดยเฉพาะ หน้าปกคอเลกชั่นใหม่ทั้งหมด
หวาน เรียบง่าย สบายตา แต่สะดุดใจค้า !
 
เล่าแค่พอหอมปากหอคอ ไม่งั้นเดี๋ยวจะเพ้อเจ้อ อยากรู้ก็ต้องไปหาอ่านกันนะจ้ะ
 
แล้วจะรู้ว่า "Romance Addict" เป็นยังไง
 
ส่วนเราต้องไปอ่านอย่างอื่นที่ซื้อมามั่ง เดี๋ยวมันน้อยใจเอา !
 
 
10月8日

-- ก่อนบ่ายคลายเครียด --

  ได้จาก forward mail ขำดี
พักก่อนไปลุยงานช่วงบ่ายนะจ้ะ (ทำเหมือนงานเครียด เหอๆ)  
 
คั่วผู้ชายโครตรวยต้อง สวยปิ๊ง
คั่วผู้ชายมาดนิ๊งต้อง ปิ๊งกว่า
คั่วผู้ชายออดอ้อนต้อง มารยา
คั่วผู้ชายแพศยาต้อง เอ็นดู
คั่วผู้ชายในกลุ่มต้อง ซุ่มเงียบ
คั่วผู้ชายมาดเฉียบต้อง สุขุม
คั่วผู้ชาย สนุกต้อง ยาคุม
คั่วผู้ชายสวนลุมฯต้อง เตรียมตังส์
คั่วผู้ชายทันสมัยต้อง ใจเด็ด
คั่วผู้ชายหัวเห็ดต้อง แสร้งโง่
คั่วผู้ชายหนุ่มใหญ่ต้อง ฟอร์มโต
คั่วผู้ชายคุยโวต้อง อดทน
คั่วผู้ชายหน้ายิ้มต้อง ยิ้มตอบ
คั่วผู้ชายซักกระสอบอย่า สับสน
คั่วผู้ชายบ้านรวยต้อง แกล้งจน
คั่วผู้ชายสัปดนต้อง เตรียมใจ
คั่วผู้ชายในบาร์ต้อง กล้าทิป
คั่วผู้ชายในลิฟท์ต้อง หน้าใส
คั่วผู้ชายบนรถเมล์ต้อง แถเข้าไว้
คั่วผู้ชายบ้านใกล้อย่า ใส่กลอน
คั่วผู้ชายชอบเที่ยวต้อง เปรี้ยวจัด
คั่วผู้ชายอ่อนหัดต้อง คอยสอน
คั่วผู้ชายละอ่อนต้อง อย่างอน
คั่วผู้ชายใจร้อนต้อง ใจเย็น
จะคั่วชายชนิดใดดูให้ทั่ว
แต่อย่าคั่วผัวชาวบ้านเย้ยให้เห็น
ประเดี๋ยวจะหน้าแหกแหลกกระเซ็น
เป็นศพเหม็นตายอืดในห้องนอน
 
 
---------
 
ทำงานๆๆๆ !!!
 
10月3日

Kuroda : Japanese Buffet restaurant

 
--Japanese Buffet Restaurant--
--Kuroda--
 
Because of Mike's BD, otherwise I didn't go to Japanese restaurant on last Sunday.
I like all about Japanese except the Japanese food, especially rare fish and clammy rice.
I found "Kuroda Buffet", they have 2 branches for buffet; RCA and Ekamai.
We took BTS and got off the Ekamai station. Kuroda was on the left side of Soi Ekamai (from Sukhumvit road side)
We arrived there at 13.20. There were so many people waiting in front of there.
Luckily, we booked for two, so didn't wait for long time, only 20 mins.
When I got table, I ordered nearly 10 dishes. We had 2 hours and a half for buffet.
I have heard they dish out slowly. I didn't know it was because of a lot of customers or it was their intention.
That was right, dishes were filtered out one by one. Anyway, we could take more than 20 dishes!!!
I wanna to take some photos to show you but we were not allowed to taking photo.
 
Even I didn't like rare fish but I like cooked seafood. I only took the salmon dishes,
as grilled salmon with shoyu, with salt, salmon stake,salmon filled sticky rice, some and others with salmon.
 
The most dish I like was red bean ice and hot red bean ^ ^
Actually, other restaurant also have these and I like it before.
 
I impressed one waiter here. He came to ask me for pour tea (we ordered iced green tea)
but I wanted to change to iced Thai tea and Mike was talking on the phone so I asked him for one glass,
but he served us one iced Thai tea and one green tea. I softly exclaimed "Euu" then he immediately said sorry,
only a minute he came back with one iced Thai tea! He thought I want it more. He really had service mind.
In addition, other waiters never shown angry face when we ordered all the time and asked for the late dishesแลบลิ้น
These made me impressed in this restaurant and changed my mind about the slow serving.
 
I didn't have the impressed dish, because I didn't like Japanese food.
Anyway, I think it was good for Japanese lover to try this once, Japanese buffet --Kuroda--
 
 
399 net, no other service charge and also included beverage.
 
 
 
ps I want to improve English, so if you find the mistake please tell me na.
 
9月11日

เที่ยวข้าวสาร-พระอาทิตย์

 
 
หนึ่งวันหนึ่งคืนบนถนนข้าวสารถึงพระอาทิตย์
 
เมื่อก่อนเคยสงสัยว่าทำไมเพื่อนจินถึงชอบไปเตร่ดเตร่แถวนั้นจัง ไปนั่งเฉยๆ ก็เอา
ตอนนี้เริ่มเข้าใจ จริงๆ แถวนั้นก็มีที่ให้เที่ยว มีของกินอร่อยๆ หลายอย่างนะ
ศุกร์ที่ผ่านมา ไป Brick Bar ที่ที่เพื่อนๆ อักษรฯ ชอบไปกัน ตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ ก็ดั้นด้นกันมาจากนครปฐม
แรกๆ ก็เฉยๆ กลัวจะกร่อยอยู่เพราะไปกันน้อย แล้วก็มีคนอยากไปเอกมัย-ทองหล่อ มากกว่า
เพราะคิดว่า "ไม่ใข่แนวหว่ะ" อ่อลืมบอกไปว่าที่นี่เขาเน้นสกาหล่ะ
แต่ผิดคาดค่ะ สนุกหว่ะ เฮฮามากมาย เพลงก็เวิร์ค ชอบๆ
แถมไอเพื่อนที่บอกไม่ใช่แนว มันติดใจไปอีกคืนเลยทีเดียว
คืนนั้นก็ไปนอนบ้านเพื่อนแถวจรัญฯกัน
 
พอเช้า ไม่สิเที่ยง ก็ออกมาหาข้าวกิน มีคนเสนอ "พิซซ่าลันตา" พิซซ่าเตาถ่านที่ข้าวสาร
เพราะเมื่อเดือนที่แล้วไปกินกันยังติดใจพิซซ่าชีสยืดดดดด แป้งบางกรอบ แถมถูกกว่าพิซซ่าแบรนด์ดังตามห้างอีก
ว่าแล้วก็กลับไปข้าวสารอีก ประหนึ่งเมื่อคืนเมาอยู่แถวนั้นไม่กลับบ้านกลับช่อง
ทีแรกก็กลัวจะกินกันไม่หมดไปกันแค่ห้าคน และกลัวอ้วน เพราะอย่างที่บอกพิซซ่าร้านนี้เขาหนักชีสมากๆ
แบบดึงขึ้นมาวัดได้เป็นเมตรกันเลยทีเดียว
เลยสั่งถาดเล็กถาดเดียว แต่...สักพักมาจากไหนไม่รู้เต็มโต๊ะเกือบสิบอย่าง
ตั้งแต่อาหารฝรั่งอย่าง พิซซ่า ลาซานย่า ขนมปังอบชีส
ไปจนถึง ผัดไท ต้มยำกุ้งรุสแซบ ฯลฯ
 
ไอที่คิดจะไดเอทกันก็มลายหายไป ตบะแตก ไปต่อเค้กที่ Saffron อีกแน่ะ
Saffron แซฟฟรอน ร้านเค้กเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยคุณภาพที่ถนนพระอาทิตย์
ของเขาดังอะไรไม่รู้ แต่เราหลงรัก "ช็อคโกแลตมูสเค้ก" ของร้านนี้มากๆ
เนื้อมูสเย็นๆ นุ่มๆ หวานนิดๆ เนื้อแป้งนิ่มๆ แต่ละชั้นนุ่มละมุนลิ้น สุดยอดค่ะ
ร้านนี้มีเค้กเยอะมาก โดยเฉพาะถ้าเทีียบกับขนาดของร้าน
เคยไปกับเพื่อนๆ เจ็ดแปดคน ปรากฏว่าอดกินเพราะไม่มีที่นั่ง
ร้านเขาเป็นห้องแถวห้องเดียว อาจจะแคบไปนิด แต่รับรองอบอุ่นและอบอวลไปด้วยเบเกอรี่อร่อยๆ เต็มร้าน
 
 

Host unlimited photos at slide.com for FREE!

Saffron!!!
 
 
 
พออืดกันเต็มที่ ก็ไปเดินเล่น กินลมชมวิวกันที่สวนสันติชัยปราการ ถ่ายรูปเล่นกันสักพัก
ก็ไปท่าพระจันทร์ เพราะไอเพื่อนที่จะไปบริคบาร์กันอีกคืน ไม่มีชุดใส่ ต้องไปซื้อเสื้อใหม่กัน!
 
จริงๆ แถวนี้ยังมีร้านน่านั่ง แถมของกินอร่อยๆ อีกหลายร้าน อย่างโรตีมะตะมะที่ออกทีวีอยู่หลายครั้ง
ร้านบ้านพระอาทิตย์น่ารักๆ ร้านเหล้าปั่น (อันนี้ไม่สามารถลองได้ด้วยตัวเองแต่หลายๆ คนแนะนำ) ฯลฯ
 
อยากหาของกินอร่อยๆ รสชาติถูกปากราคาถูกใจ แถมบรรยากาศดีๆ ก็ลองแวะมาแถวนี้ล่ะกัน Wink
 
 
 
8月21日

สเปซหายไปไหนกัน

 
เดี๋ยวนี้เขาไม่เล่นสเปซกันแล้วหรอ???
ไม่ค่อยมีใครอัพเดท และไม่ค่อยมีใครเข้ามาอ่าน (หรือว่าเป็นแค่ของเราหว่า...)
ว้าาา ไม่หนุกเลย งี้ก็ขี้เกียจอัพเดทน่ะสิ แถมไม่มีของเพื่อนๆ ให้อ่านอีก
 
อืม ว่าแล้วก็ไม่รู้จะเขียนเรื่องไร
รู้จักเกมส์ Samorost กันป่าว
น่ารักดี ภาพสวยมากมาก แปลกด้วย
 
 
วันนี้แอบเล่นตอนงานยุ่งๆ !!!!!!
 
8月11日

เจ๋ง...แยกเหรียญบาทกับเหรียญสองบาท

 
เพิ่งได้ความรู้ใหม่เกี่ยวกับเหรียญ
หลายๆ คนคงมีปัญหากับการใช้เหรียญสองบาท เพราะขนาดใกล้กับเหรียญบาท 
ทำให้เกิดปัญหาขาดทุน เสียดุล? ใข้ผิดใช้ถูกสลับกัน
หรือบางคนอาจกำไร! เพราะได้เหรียญสองบาทแทนเหรียญบาท
ทำให้แม่ค้าหลายคนถึงกับต้องเขียนเลข 2 ไว้บนเหรียญสองบาท
แต่ยังไงก็ตาม คงไม่ใช่ปัญหาสำหรับกระเป๋ารถเมล์
เพราะเขามีเทคนิคแยกเหรียญบาทกับเหรียญสองบาท โดย
 
 
 
 ...
........
...................
..............................
............................................ใช้แม่เหล็ก !
 
เราไม่เคยรู้เลยว่าโลหะที่ใช้ผลิตเหรียญบาทและเหรียญสองบาทแตกต่างกัน ^ ^"
โดย เหรียญบาท ทำจาก "ทองแดงผสมนิกเกิล"
ส่วนเหรียญสองบาท ทำจาก "เหล็กผสมนิกเกิล"
เพราะฉะนั้นจึงใช้แม่เหล็กแยกเหรียญทั้งสองนี้ได้ค่าาาา
เนื่องจากเหรียญสองบาทจะติดกับแม่เหล็ก ส่วนเหรียญบาทจะไม่ติด
เป็นวิธีที่ฉลาดล้ำมาก ^ ^
 
 
 
ปล เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บของกรมธนารักษ์ตามลิงค์นี้ได้เลย
 
8月8日

I like this.

 
We love fashion,
we love watching people,
we love sitting at cafe and watch the world goes by,
we love good food,
we love art,
we love good living,
we love to travel and explore new tastes of life.
 
by Greyhound
 
 
I found it from Greyhound ad. I like it!
7月31日

Homestay @ Ampawa

 
 
I've back !!!!!
 
I was very happy ^ ^
 
My friends and I went to Ampawa floating market. We stayed there for one night.
This trip was on 29-30 July, cause it was long weekend.
I was confused since I took the bus. I known the seat will be fixed but I didn't see the no. in our ticket.
So I took a seat center of the bus, after that an old woman told us that one of my friend took her seat.
We were confused cause why I didn't see the number on my ticket,
but that woman told me our tickets were 33, 34....
???????????
I were still confused until my friend asked to see tickets and found the number 40,
because the number of other tickets looked like signature. .....So it wasn't my mistake naa.
 
 
 
Actually, I could not find a homestay near floating market,
cause we thought about this trip on the last week.
I had to call many homestays and searched info in the internet for 2 days.
Finally, Baan Bang Charng's owner let us to stay at his little hut,
and he would move to sleep in the boat on Klong Ampawa!
 
 
 
We reached homestay "Baan Bang Charng" in the afternoon.
We went to Ampawa floating market immediately after we unpacked our luggages.
Our homestay wasn't far from floating market, we could walk along the Klong Ampawa
saw the custom included other homestays which were fulled before we booked - -
 
 
 
 
Ampawa floating market
was always fulled of people, tourists and venders.
It was more lively and interesting every time when you visited there.
 
 
 
 
We were lucky cause can found the table. We ate some food from shops around our table before and
booked the boat trip to see the firefly.
 
Firefly was the first object which we came to visit Ampawa.
 
After our stomach didn't rumble, we started to look around floating market and took photos.
We booked private boat trip on 21.oo but took a boat on 22.00,
because we were taking ourselves funny photos, no one heard calling to take a boat.
It was very relaxing, private and lovely even have no my boyfriend.
Even that night was full moon night
but we could see many fantastic little light from the firefly on Lumpu tree.
 
 
 
 
On that night
I slept in the little hut
with the natural air-condition and the firefly little light in my heart.
 
 
 
 
We wake up on early to take the ozone. It made me energetic.
We had a boat trip again but this morning was the boat trip to temples and the King Rama II Park.
Uncle Sa-eng, the wheelman and his wife take us to visit 3 temples : Wat Bangkung, Wat Bangkaenoi
and Wat Pumarin Kudethong.
They came to take us from our homestay and went to have breakfast at floating market.
We have breakfast (ก๋วยเตี๋ยวเรือ) at the boat, it made us more appetizing. I liked this way ^ ^
Wat Bangkung was the old temple which has the roots of bo tree grown around the temple,
it was one of unseen in Thailand.
This temple also has many strang things which never seen in other temples.
 
Wat Bangkaenoi was the wooden style temple. This temple was decorated woodcut
about biography of Lord Buddha.
 
The last temple was Wat Pumarin Kudeethong, was the Ayudya Era temple and has thai old style houses
which was settle since King Rama I, so only has left one house which was fixed over nearly all,
but the lacquer and glid wood door was still bear up.
 
Even it was sunny day and very hot but I like this day boat trip.
 
We backed to homestay and left "Baan Bang Charng" around 14.00.
P'Thatree, homestay's owner took us to try Pad thai Wunsen (ผัดไทวุ้นเส้น) and Pang yen sungkaya
(ปังเย็นสังขยา) which was near the bus stop.
My friends liked ปังเย็นสังขยา but I thought ปังเย็นชาเย็น was more delicious than สังขยา.
 
We were quite confused about busstop because we waited for the bus in front of Siam City Bank
but the bus didn't stop so asked other and moved to opposite but the bus still didn't stop,
then we moved to other but it was very hot so moved back to the first place - -"
 
 
 
 
We almost missed the bus
if two motorcycles were opposite us didn't yell us when the bus arrived,
 
so nice people.
 
 
 
 
In the evening, P'Thatree, Baan Bang Charng's owner called me ask about backing home.
 
 
 
My first time nice homestay trip at Ampawa. ^ ^
 
 
7月22日

Silpakorn Graduation 2007

 
Congratulations!!!!
Today I went to Tapkaew ^ ^ Silpakorn Graduation ceremony.
I found a lot of friends who never seen after our graduation on last year, so happy, we took a lot of photo (mostly by Pang's photograph).
I thought it look like reunion not the graduation, cause sometimes we took a photo even have no graduate and somtimes we asked the graduate to tak us a photo....hehe
 
I'm waiting for our photos naaa my lovely friends, pls send me our photos na (Pang, Rose and others)
I didn't forget my photograph, my brother took it.
 
 
note* Today Nah didn't come, she got sick, hope you get well soon na.
 
 
 
 
Aiba......
I've never seen this pic after I got it from somewhere ( about 4 years ago)
This one is the most Aiba's pic which I like.
So wanna to share....
 
 
7月20日

ไปทับแก้ว

 
พรุ่งนี้จะกลับไปทับแก้ว เย้เย้
จริงๆ ก็เพิ่งไปมา แต่คราวนี้ได้เจอเพื่อนๆ เยอะแยะเลย ดีใจ
พรุ่งนี้คนคงเยอะน่าดู เพราะเป็นวันซ้อมใหญ่ (รับปริญญา) แล้วก็เป็นวันเดียวที่ตรงกับวันหยุด
ก็ดี ไปกันเยอะๆ ครึกครื้นเฮฮา
 
คืนนี้ต้องกลับไปคิด ว่าจะไปทำไรดี ที่สำคัญ คือ จะไปกินไรมั่ง 5555
เพื่อนๆ น้องๆ ออกจากหอประชุมสี่โมง เดี๋ยวเราไป (กิน) รอตั้งแต่สิบโมงเลย
 
ไว้ไปแล้วจะเอารูปมาโชว์ ^ ^ เผื่อจะมีคน (ไกลบ้าน) อยากดู
 
 
7月12日

*** 6781 ***

 
เคยเล่นกันรึเปล่า
 
เลขสี่ตัว 1-9 ที่ไม่ซ้ำกัน และไม่ใช่ศูนย์ มาบวกลบคูณหาร ทำยังไงก็ได้ให้ได้ 24
ดูไม่ยากเลยใช่ม้า แต่ตอนนี้มีปัญหาค่ะ มีเลขชุดนึงที่คิดไม่ได้มาหลายวันล่ะ
มันก็คือ 6781
ใครผ่านเข้ามาก็ช่วยๆ กันหน่อยน้า อยากรู้ นอนไม่หลับเลยนะเนี่ย
นี่ถ้ามันเป็นเลขสามตัวคงต้องเอาไปซื้อหวยกันแล้ว เหอๆ
 
7月9日

-- Dyeing hair --

 
 
 
Oh God! I swear that I just dye my hair light golden ash brown but everybody told me that it look like my natural own hair.
 
Mostly people said that the first time which you dye your hair, it would not show the real color that it should be.
But... this was not my first time. I dyed my hair blonde on the last 4 month. Then the color of roots underneath which grow up didn't same the end. So I wanted to dye my hair but also wanted to change the color. I think my hair wasn't dark so I could choose the darker color than the last time.
But I was wrong!!!! My hair was very dark nearly my natural own hair - -"
 
My mom didn't agree with me about dyeing hair. She believed that it was one of cause of brain cancer. Have anyone know about this?
 
 
7月1日

เปลี่ยนไป

อยากอัพเดทสเปซ แต่ไม่รู้จะเล่าเรื่องไรดี อืมมม
ตอนนี้งงๆ บริษัทย้ายออฟฟิศ งานยุ่ง วุ่นวาย เหนื่อย ไกล ต้องนั่งรถต่อเรือมากมาย แพงอีก ตังค์ก็ไม่มีเพราะเพิ่งซื้อโน้ตบุัคใหม่ แล้วมันก็เป็น vista ใช้ไม่ค่อยเป็นอีก ซื้อหนังสือมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้อ่านสักที เพราะถ้าว่างก็อยากอ่านอิงค์มากกว่า อยากสอบโทอิค เผื่ออะไรจะดีขึ้น แต่...ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม มีอย่างเดียวที่เปลี่ยนไป คือ อ้วนขึ้น - -" เพราะเหนื่อยกิน เซ็งหว่ะ
 
บ่นเรื่องตัวเองเสร็จ ขอบ่นเรื่องสังคมบ้าง เดี๋ยวนี้ทำไมสังคมมันแย่จัง มีข่าวข่มขืนบ่อยมาก ในฐานะผู้หญิงคนนึง ถึงจะไม่ได้หน้าตาดีน่าดึงดูด แต่ก็แอบกลัวขึ้นมาเหมือนกัน แล้วยิ่งออฟฟิศใหม่ทางเข้าเปลี่ยวๆ ด้วย
ผู้ชายเดี๋ยวนี้แย่หว่ะ แล้วยิ่งบางคนทำกันหลายคน มันไม่สงสารผู้หญิงเลยหรือไง เขาก็คนเหมือนกัน ร้องไห้ขอร้องต่อหน้า ยังทำกันได้ลงอีก เมื่อเช้าอ่านหนังสือพิมพ์ มีข่าวคุณยายอายุ 70 กว่าถูกฆ่าข่มขืน แล้วก็มีข่าวสามีป้าข่มขืนหลานสาวจนคลอดลูกออกมา แต่อันหลังนี่ไม่ยืนยันเพราะเด็กไม่ยอมพูดว่าใครทำ อืม ในขณะที่พิมพ์อยู่ก็มีข่าวใหม่ เป็นเด็ก 6 ขวบถูกฆ่าตาย เพราะขัดขืนคนร้าย แต่อันนี้ตำรวจตามจับมาได้
 
อะไรมันเป็นเหตุให้คนทำเรื่องแบบนี้ สันดาน นิสัย สื่อ กฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐ หรือ เหยื่อ?????????